หูแบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ หูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นใน ตอนที่1

ความจริงพฤติกรรมทำนองนี้โซ่ว่าจักมาเพิ่งเกิดขึ้นในสมัยขุนคืก เมื่อเสมาได้เปีนใหญ่ถึงขั้น ออกญารามจตุรงค์ (ออกญา ก็คือ พระยา) นั้น  คนที่แน่,นอนที่สุดก็คือ เจ้าสมบุญ หรือบุญรอด ทาสขุนรามเดซะ ที่ เสมาปีกปรือปีมือให้จนอาสาทัพออกรบเป็นที่น่าพอใจของออกขุนจึงยกค่า ตัวปลดทาสให้เป็นไท (แต่ความจริงมาปรากฏภายหลังที่ว่า ขุนท่านฉีกสาร กรมธรรม’ยกค่าตัวให้สมบุญพ้นทาสนั้นเป็นใบปลอมขึ้นเพราะสมบุญมัน อ่านหนังสือไม่ออก ด้วยเป็นทาสมาตั้งแต่เด็กๆ เครื่องช่วยฟังไร้สาย  ส่วนกรมธรรมใบจริงนั้น ขุนยังเก็บไว้ อีตาขุนคนนี้ถ้าไม่มืลูกสาวสวยก็ไม่โตหรอก) จึงฝักใฝ่มาอยู่ กับเสมาขุนคืกอีกคนหนึ่ง ทหารกองวิเศษไชยชาญ โพธึ๊เรียงบ้าบิ่น เจ้า สิน ชอบใจปีมือ และอัธยาศัยของเสมาขุนเจ้า เลยติดตามมาเป็นพลติด ตามสนิทชิดเชื้อกับสมบุญ กลายเป็นแขนซ้าย-ขวาของขุนคืก ก็ได้เลื่อน ขั้นถึงชั้นออกหลวง โดยสมบุญ (ทั้งๆ ที่อ่านหนังสือไม่ออก) แต่มาภาย หลังได้แม่สาวจำเรียง น้องสาวขุนคืกออกญารามจตุรงค์เป็นภรรยา ก็ได้ เป็น’หลวง1วิสูทธโยธามาตย์ (ทั้งพ่อตา ทั้งน้องเขย ขึ้นกันเป็นแผงแต่ดีอย่าง ที่สมบุญมันหมั่นศักษาจนสามารถรบแทนครูได้) ออสินหูชั้นในทหารวิเศษไซอชาญ จำหน่ายเครื่องช่วยฟัง กรมโพธิ้เรียงบ้าบิ่นเพิ่อนตายของสมบุญ แขนซ้ายออกญารามจตุรงค์ ได้กินตำแหน่งหลวงราชโยธาเทพ ขณะเดียวกัน รามเดชะ พ่อตาขุนคืก ก็ได้อาศัยลูกเชยเลื่อนตำแหน่งจากเดิม ออกญาพิชัยสงคราม ปลัดทัพ ในกรมอาสาหกเหล่า ศักดินา  เนื่องจากอายุสูงวัยขึ้นไม่เหมาะกับ การ เป็นทหาร ลูกเขยผู้เป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ก็กราบบังคมทูลให้มาทำงานฝ่ายพลเรือนเลื่อนขึ้นเป็นออกญาราชสุภาวดี เจ้ากรมสุรัสวดี ดีเกดีนา ๕,000 เป็นเหตุให้พระพิเดซสงคราม เจ้ากรม ล้อมพระราชวังแค้นนักแค้นหนา เพราะทำงานตำแหน่งเจ้ากรมได้ ดีโกดีนาแค่  เองพ่อขุนพิมานนายเวรสรรพาวุธบิดาบุญธรรมของเสมาขุนคืกก็เลื่อน เป็นคุณหลวงพิมานมงคลและถึงแก’กรรมหลังจากปลดเกษียณมินานนักส่วนหมู่ขันคู่อริ184704__15092008054146

เครื่องช่วยฟัง

หูฟังแบบไร้สายสามารถใช้ไงานได้ทั่วไปไม่ไมีปัญหา

ในแต่ละวันมือที่จับตะหลิวทำกับข้าวให้คนกิน แต่สมองก็คอย บอกให้แกเมียงมองหาอะไรมาทำ และมาขายเพิ่มเติมอีก เพื่อเพิ่มรายได้  มากขึ้น จนอยู่มาวันหนึ่งลูกสาวสุดที่รักของเจจง ก็ไปซื้อข้าวหมูทอด อาหารยอดฮิตของขาวบ้านเดินดินมากิน  และบอกกับเจ๊จงว่า  “ข้าวหมูทอด เจ้านี้อร่อยและขายดีมากด้วย”คำว่า “อร่อยกับขายดีมาก” นั้นทำให้เจ๊จงสะดุดใจอย่างฉับพลัน เชื่อว่าโดยเฉพาะคำหลังที่ว่า เครื่องช่วยฟังไร้สาย  “ขายดืมาก” น่าจะเป็นแรงบันดาลใจ สำคัญมากกว่า แกจึงบอกกับลูกสาวว่า เมื่อเขามีสองมือ แม่ก็มืสองมือ ถ้าเขาทำได้ แม่ก็ทำได้ไอ้คำว่า ‘‘แม่ก็ทำได้” นี่แหละหมัดเด็ด ที่ทำให้ในวัน รุ่งขึ้นเจ๊จงก็เริ่มทำหมูทอดขายทันที แม้ไม่เคยทำมาก่อนวันแรกที่ทำหมูทอดขาย เป็นเหมือนวันที่แกรอคอยมาทั้งชีวิต เพราะขายหมดเกลี้ยงเกินคาด กำลังใจที่เคยเหี่ยวแห้งกลับมาบานสะพรั่ง เต็มอกอีกครั้ง คราวนี้เจ้จงซึ่งมีหัวการค้าอยู่แล้ว ก็เริ่มหาสินค้าอย่างอื่น เข้ามาเสริมมินนีอาโพลิส (รัฐมินนิโซตา) เพื่อเพิ่มความเติมเต็มให้ลูกค้า ดังนั้นในเวลาต่อมาทั้งแหนมเอย ทอดมันเอย ปูจ๋าเอย สารพัดของทอดที่กินง่ายขายคล่องก็เริยงหน้าเต็ม ร้าน ให้ลูกค้าได้เลือกกินได้อย่างจุใจด้วยความที่ในอดีตเคยไม่มีจะกินมาแล้ว เจ๊จงจึงเข้าใจหัวอก ลูกค้าที่เป็นรากหญ้าเป็นอย่างดี แกรักลูกค้าของแกมากที่ลุด เครื่องช่วยฟังราคาถูก  พยายามทำ ทุกอย่างที่ดีที่สุดให้ลูกค้า โดยสิ่งหนึ่งที่ลูกค้าติดใจและขอบมากที่สุด โดยถือว่าเป็นแม่เหล็กตัวใหญ่ที่ดึงดูดลูกค้าเข้ามากินกันแน่นร้านก็คือ ” ข้าวเปล่า ที่ให้กินแบบไม่มือั้น ขนมหวานที่วางไว้ ผักและผล’ใบ้ที่มี’วาง ให้กินแบบให้เปล่าไม่ต้องซื้อ” เรียกได้ว่า ใครใคร่กินก็หยิบกินเอาเอง ตามใจขอบนับตั้งแต่นั้นมาร้านหมูทอดของเจ๊จง ก็กลายเป็นขวัญใจของ ลูกค้า ยิ่งลูกค้ามาก เจ๊จงก็ยิ่งสนุก จึงพยายามทำของกินอร่อยๆ สรรหา มาให้ลูกค้าได้เลือกกินตามใจชอบ เจึจงบอกว่ามีความสุขและสนุกมาก * ยิ่งสนุกยิ่งรวย”เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงมาก ที่ใครก็ตามที่ลุกมาทำงานอะไร ถ้ามีความสุขและสนุกกับสิ่งที่ทำ หนทางแฟงความรวยก็ได้มา ยืนรออยู่ตรงหน้าแล้วในที่ลุด เจจงก็ใช้เวลาไม่นานก็ปลดหนี้ได้หมด  เครื่องช่วยฟังพกพา แถม มีเงินเก็บและซื้อบ้านได้หลายหลัง รถหลายคัน มีอนาคตที่ดืมาก รออยู่ช้างหน้า และได้รับการเริยกขานว่า ”เจจง หมูทอด เงินล้าน” หรือ “เจจง หมูทอดเศรพี” ในวันนี้นี้เองลืมบอกไปอย่างว่า สามีและลูกชายสุดที่รักของเจ็จงกลับมาช่วย ขายของ หลังจากที่เจ๊จงโดนรถชน ตอนขายของอยู่กับลูกลาวตั้งแต่ใน ช่วงแรกๆ แล้ว และทุกคนในครอบครัวก็กลายเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน และร่วมพลังสู้

เครื่องช่วยฟัง

การคิดค้นเครื่องดักฟังใหม่ๆจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ในเรื่องวงจร

เวลาในรถไมมใครพูดอะไรเลย จนถึงบ้านชิดลมท่านก็ลงไปจากรถขึ้นไป บนบ้าน เพียงครู่เดียวก็กลับลงมาพร้อมด้วยกระเบ้าใส’เงิน ใบหน้าของ ท่านเคร่งเครียดตลอดเวลา ผมมารู้ภายหลังว่าท่านนำเงินสดติดตัวไปครั้ง นั้นประมาณ ๒ หมื่นบาทกลับมาที่รถซีตรองอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ท่านถามผมว่า  เครื่องติดตามในรถยนต์ “เผ่าอยู่ไหน รู้ไหม” ผมเรียนท่านว่า “ไม่ทราบครับผม” ท่านลังให้ผมโทรลัพท์ไปถาม คุณพิชัย กุลละวณิชย์ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองเลขาพรรคมนังคศิลา ปรากฏว่าคุณพิชัยก็ไม่อยู่บ้านท่านกลับมาที่รถ นั่งตรงที่คนขับอย่างตัดสินใจ ขับออกจากบ้าน ซอยชิดลมอย่างรวดเร็ว บรรยากาศในรถอึดอัดไม,มีใครชักถามหรีอพูดจา อะไรเลย ขณะนี้ผมทราบแล้วว่าอะไรเกิดขึ้นแก’ท่าน เพราะวิทยุในรถ รายงานข่าวเป็นระยะว่ามีการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลโดยคณะทหาร มีพล.อ.สฤษดิ้ ธนะรัซต์ เป็นหัวหน้าคณะท่านนายกขับรถอย่างรวดเร็วแข่งกับเวลา เสียงวิทยุรายงานข่าว แบตเตอรี,เป็นระยะๆ ประกาศให้บุคคลต่างๆ ไปมอบตัว ไปรายงานตัวต่อหัวหน้า คณะรัฐประหาร รถซีตรองของท่านบ่ายหน้าออกทางถนนสายกรุงเทพฯ- สมุทรปราการ พอผ่านสถานีตำรวจพระโขนง ท่านก็หยุดรถบอกให้ พ.ต.อ.เทียบให้ลงและให้คอยรายงานข่าวและเหตุการณ์ต่างๆ ในกรุงเทพฯ ให้ท่าน อุปกรณ์ดักฟังไร้สาย ทราบอย่างละเอียด โดยให้ติดต่อไปที่บ้านพักบางแสนในรถคงเหลือเพียงท่านนายกฯ ผม คุณฉาย และพ.ท.บุลศักดิ้ ท่านนายกเหยียบคันเร่งอย่างเต็มที่ รถวิ่งราวลูกธนู ท่ามกลางเสียงวิทยุที่ ประกาศข่าวการรัฐประหาร พอรถผ่านด่านตำรวจที่ปากนํ้า ก็เห็นรถวิทยุ ตำรวจเปิดไฟแดงวาบๆ วิ่งไล่หลังมา แต่เนื่องจากรถซีตรองรุ่นใหม่ลาสุด ของท่านวิ่งด้วยความเร็วสูง แต่ด่านตรวจก็มิ1ได้สงสัยอะไร เราจึงรอดพ้น จากการติดตามของรถวิทยุตำรวจอย่างหวุดหวิดท่านนายกแวะเติมนํ้ามันที่ศรีราชา โดยมิได้แวะบางแสนตามที่นัด หมายกับคุณเทียบไว้ เพื่อความปลอดภัยและรอบคอบ ท่านจอดรถไว้ที่ พุ่มไม่ให้เราทุกคนลงจากรถแล้วจึงให้คุณบุลศักดิ้ขับรถไปเติมนํ้ามันแล้ว กลับมารับพวกเรา ท่านนายกยังคงทำหน้าที่โชเฟอร์ตามเดิมท่านถามผม ในขณะนั้นว่า“เล้นทางไปอำ๓อไพลินไปได้สะดวกไหม?” ผมเรียนท่านตามตรง ว่า “ไม่ทราบครับผม และคิดว่าคงจะไม่สะดวกเป็นแน่” เพราะผมก็ไม่มี ความรู้เรื่องเล้นทางนี้จริงๆรถผ่านสัตหีบไปอย่างรวดเร็ว ผมคิดว่าท่านจะแวะที่ลัตหีบ เพราะ ขณะนั้นคุณประสงค์ พิบูลสงคราม บุตรชายท่านเป็นนายทหารเรืออยู่ที่นื่ แต่ปรากฏว่าท่านก็ฃับผ่านสัตหีบไปด้วยอาการสงบ มิได้เอ่ยถึงใครทั้งสิ้น ดึกมากแล้วฝนเจ้ากรรมก็ตกลงมาอย่างหนัก เหมือนจะเป็นใจให้ ท่านขับ  จีพีเอสดักฟังในระยะไกล รถผ่านด่านต่างๆ ไปอย่างรวดเร็วและปลอดจากการตรวจค้นใดๆ ท่านแวะ เติมนํ้ามันอีกครั้งหนึ่งที่จังหวัดระยองอากาศยามดึกหนาวเย็น รถซีตรองยังคงวิ่งตะลุยท่ามกลางสายฝน ถึงแหลมงอบจังหวัดตราดเมื่อฟ้าสาง ผมสังเกตเห็นใบหน้าสงบของท่านซีด และนัยน์ตามีแววอิดโรยแฝงอยู่ไม่น้อย ท่านชะลอรถซีตรองไว้ข้างดงตาล ใกล้ถนน เมื่อเห็นร้านกาแฟอยู่ข้างหน้า ท่านสังให้ผมไปชื้อกาแฟและไข่ ลวกมาให้ทุกคนบริโภค ผมถอดเครื่องแบบออกเหลือแต่เสื้อเชิ้ตเพียงตัว

เครื่องดักฟัง

สำนักงานแห่งหนึ่งได้มีการปลดพนักงานออกเป็นจำนวนมาก

ถามใครก็ไม่รู้พลพลาธิการวิ่งขึ้นมาจากท้องเรือ ชื่อ ร.ท.แก้ว (ภายหลังว่า ว่ายนํ้า1ไปข้างๆ สิงห์โตและ’จมนํ้าตาย) ถามจะไปป้อมปีน แกตอบว่าผมก็ ไม่ทราบเพราะเป็น,พลาธิการ ตอนนี้เครื่องบินจิกหัวลงยิงและบอมปอีกครั้ง สนั่นหวั่นไหว ตกลงเลยขึ้นบันไดหนีควัน ดักฟังผ่านมือถือ  หนีลูกกระสุนไปอยู่บนป้อมถือ ท้ายเรือกว้างราว ๒ เมตรเห็นจะได้ตอนนี้ถูกยิงข้างปาดังปังๆๆ ตลอดเวลา พวกทหารก็พากันไปยืน อัดกันบนนั้น พวกเจ็บก็ขึ้นไปรวมกันเลือดเปรอะไปหมด ควันก็รุนแรงขึ้น จนหายใจไม่ออก จึงลังให้สนิทถอดเสื้อเชิ้ตขาวออก ยื่นห้อยออกไปทาง ฝังพระนครเป็นการแสดงยกธงขาว แต่ก็ไม่ได้ผลยังยิงเรื่อยมา ที่สุดสิงห์[ต สนิทซวนสละเรือ เลยไปคว้าชูชีพได้มา ๑ อัน ทั้งเรือมีอันเดียวเท่านั้น ในห้องนายพลาหนึ่งของวิศวกรรมไฟฟ้าที่ถูกแยกออก นอกนั้นต่างก็หากระดานเกาะว่ายนํ้ากัน นั้ากำลังขึ้นด้วย สิงห์โตกับสนิทชวนไปทางฝังพระนคร แต่ข้าพเจ้าเห็นว่าพวกเราอาจจะไม, ทราบ จะยิงเอาก็ได้ และยิ่งพวกทหารเรือสงลัยเห็นว่าว่ายนํ้ามาทางฝังนี้ก็ คงยิงชํ้าจะเป็นอันตราย พวกนายทหารเรือที่เหลือได้ช่วยสวมพวง ชูชีพให้ เลยเองกางเกงสากลออกม้วนฝากสิงห์โต พร้อมกับเสื้อชาร์ตสกินคงแต่ง ตัวกางเกงในบางๆ กับเชิ้ตแขนยาวลงบันไดเรือลงนํ้าทางฝังธนบุรี สละเรือ ว่ายบังเรือศรีอยุธยาเพื่อมีให้ทางฝ่ายเรายิง นํ้าขึ้นก็ต้องว่ายทวนนํ้าเสี่ยงๆ เห็นจะราว ๓0 นาทีระหว่างนั้นฝังพวกเรายิงมากลางนํ้าเฉียดหูไปนัดหนึ่ง ทำให้หูอื้อ นึกว่าถูกกระสุน จึงถามทหารเรือ ร.ต.มาโนช ลูกหลวงเจริญราชนาวา ซึ่ง ว่ายนํ้าเกาะไปด้วยว่า ผมถูกกระสุนหรือเปล่า ตอบว่าเปล่า ก็ว่ายนํ้าต่อไป จนถึงทำนั้าโรงเรียนนายเรือหรือกองทัพเรือ แต่ก็ขึ้นไม่ได้ ต้องบังเสาสะพาน และโปีะอยู่เช่นนั้น พร้อมด้วยทหารหลายคนราว ๓๐ นาทีกว่า หนาว ฝน ก็บังเอิญจะตกจึงคลานขึ้นไปนอนบนเรือยนต์เล็กๆ เป็นเรือติดท้ายเรือ ใหญ่เขาเอาจอดได้ ๒ ลำ นอนได้เดี๋ยวหนึ่งทหารบาดเจ็บก็คลานมาด้วย เลยนอนปนเลือดเต็มไปหมดราว ๕-๖ คน ประเดี๋ยวเครื่องบินมาบอมบ์ฝืง เครื่องติดตามผ่านโทรศัพท์  ธน ปีนใหญ่ยิงมาอีก เลยลงนํ้าอีกไปยังท้ายเรือยนต์จะแอบไปขึ้นวัดอรุณ เพราะอยู่เหนือขึ้นไป แต่ต้องบังกระสุนไปยังท่าเรือของกรมอุทกศาสตร์มี เรือยนต์จอดหลายลำระหว่างทางว่า เกรงจะถูกยิงก็เลยช่วยกันหันท้ายเรือไปทางเหนือ ด้านสะพานกรมอุทกศาสตร์ ลอยคอไปถึงสะพานบังเลาสะพานคอนกรีต และโป็ะกับเรือยนต์เล็กๆ ต่อไป คิดว่าจะอยู่จนคำแล้วจะหนีไปวัดแจ้งเหนือ ขึ้นไปอีกแล้วเข้าสวนกลับเข้ามาพระนคร กำลังนั่งรออยู่และหลบกระสุนอยู่ ทันใดก็มีจ่าทหารเรือคนหนึ่งคลานออิกมาทางเขื่อนหน้ากรมอุทกศาสตร์ต จ้องหน้าถามว่า จอมพลอยู่ไหนอยู่ไหนเชิญทางนี้ ได้ยินเช่นนั้นก็เลยหมด หวังจะหนีจะนึ่งก็ไม่ได้เข้าเห็นเลยตกลงขานว่าอยู่นึ่มีธุระอะไร เขาบอกว่า มาทางนี้ขอเชิญตัวเลยต้องไปฝ่าลูกกระสุนไปปีนขึ้นบนเขื่อนผ่านรังปีนกล ขายอุปกรณ์ดักฟัง ทหารเรือไปเห็นว่าคลานข้าเลยลุกหนีหลบตึกอุทกศาสตร์ไปครั้นแล้วก็มีคนมาพาข้ามกำแพงข้ามรั้วไปยังท้องพระโรง มี พล.ร.ต.ชลิต แขน กนก หม่อมเจ้าครรชิตมารับพาไปท้องพระโรง เขาหา ผ้ายู่โต๊ะหรือผ้ายู่ที่นอนไม่ทราบมาห่ม เอากางเกงในออก เชิ้ตออกเลยห่ม เป็นพราหมณ์ไป (ห่มขาว) แล้วเอาผ้าแบลงเก็ตมาให้อีก ๑ ผืน เขาเอาแม่ โขงมาให้พร้อมกับเขาข้าวแกงถ้วยหนึ่งกินได้นิดหนึ่ง ก็เอากางเกงกับเสื้อ เชิ้ตในขาวแขนยาวลันมาให้ เกือกไม่มี

เครื่องดักฟัง

ผู้หญิงคนนึงได้จับได้ว่าสามีตัวเองมีผู้หญิงอีกคนมาติดพันธ์

ในไม่ช้า เราจึงฉวยโอกาสรับข้อเสนอของญี่ปุนเป็นทางออกไว้พลางก่อน เพื่อเป็นการสงวนกำลังกองทัพบก และกำลังของชาติในด้านอื่นไว้สำหรับ ดักฟังติดตัว การแก้ตัวในวันข้างหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงชั่วคราวมิให้ญี่ปุนทำการทารุณต่อ ประชาชนทั่วไป และเพื่อป้องกันมิให้ญี่ปุนปล้นสะดมทรัพย์สมบัติของชาติ อันมีพระแก้วมรกต และทรัพย์อื่นๆ ที่เราได้โยกย้ายเอาไปเก็บไว้ที่เพชรบูรณ์ เวลานี้จากประเทศไทยได้หลังจากนั้นมา เราก็ได้ทำการต่อสู้ขัดขวางรอนกำลังญี่ป่นทุกโอกาส ลี่งนี้เองเป็นการยืนยันว่าไทยมิได้มีความตั้งใจเข้ากับญี่ปุนแต่อย่างไร การ ที่เราทำตามญี่ปุนนั้นก็เพราะถูกบังคับอย่างหนึ่ง และอีกอย่างหนึ่งก็เป็น อุบายเพื่อสงวนกำลังของชาติทั้งหมดไว้แก้มือในภายหลัง ถึงแม้ญี่ปุน’จะมี ชัยชนะสงครามในครั้งนี้ การชัดขวางญี่ปุนของชาติไทยเราน วิทยุ  ซึ่งตั้งต้นมาแล้ว ก็คงจะหาจบลงไม่ คงจะมีอยู่ต่อไปอีกหากจะมีผู้ใดโต้แย้งว่าการที่เราบอก ว่าชาติไทยได้ทำการต่อสู้ขัดขวางรอนกำลังญีปุนอย่างเดียวเท่าที่ทำมานั้น เป็นการแก้ตัว เราอาจพูดให้เห็นได้ว่า มิใช่เป็นการแก้ตัวแต่อย่างไร เพราะใน ชันสุดท้ายการที่เราทังชาติมีทหาร ตำรวจ และกองทัพพลเรือนจะได้ทำการ รบกับญี่ป่นตามแผนการรบซึ่งได้ลังไว้ แล้วก็เป็นพยานหลักฐานยืนยันอยู่ฉะนัน จึงรวมความได้ว่าชาติไทยได้ต่อสู้ ชัดขวางรอนกำลังญี่ป่น ใน’ขั้นที่สุด ๒ ประการนี้จึงเป็นงานที่ประสานกัน เป็นการแสดงว่าเรามีแผนจะรบกับญี่ปุนอย่างจริงจังทุกประการ…จอมพล ป. ติดคุกบนทึกของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่นำเสนอผ่านหนังสือพิมพ์นั้น…ไร้ผลอย่างสิ้นเ?ง เพราะทันทีที่หม่อมเสนีย์ ปราโมช อุปกรณ์สืบสวน  เข้ารับตำแหน่งนายกร้ฐมนตรี ได้ออก พ.ร.บ.อาชญากรสงคราม กวาดล้างพวกเฐบาลเกาที่ยอมให้ญี่ป่นผ่านแดนดังนั้นรัฐบาลหม่อมเสนียได้ออก พ.ร.บ. อาชญากรสงครามแล้วเข้า จับกุมจอมพล ป. พิบูลสงคราม ในฐานะอาชญากรสงคราม สำหรับพรรคพวกที่ถูกจับร่วมกับจอมพล ป. ได้แก่นายอัมพร พจนวิสุทิ นางสาวชวลี ช่วงวิทย์ พ.อ.สนิท ไทยยานนท์พ.ต.บรินทร์ ภักดีกุล น.,ท.ทักษ์ เสนิวงค่โหลวงไพริ ระย่อเดช พล.ท.หลวงเสรีเริงฤทธิ้ พ.ท.พระสารสาสน์ พลขันธ์ นายเพียร ราชธรรมนิเทศ นายสังข์ พัฒโนทัย พล.ท.มังกร พรหมโยธี นายประยูร ภมรมนตรี นายฉํ่า จำรัสเนตร หลวงวิจิตรวาทการ ร.ต.อ.สนิท ธรรมเชื้อ  เครื่องดักฟังสัญญาณ การจับกุมจอมพล ป. ครั้งนี้ ได้ใช้หน่วยจู่โจมผสม อันมีสารวัตร ทหารที่เคยเป็นหน่วยเสรไทยมาก่อน โดยกระทำกันเมื่อตอนเช้ามีด เช้า ล้อมบ้านพักซอยชิดลมของจอมพล ป. และตรึงกำลังเอาไว้จากนัน…เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายจับและหมายค้นของคณะ กรรมการอาชญากรสงครามเข้าจับกุมและค้นจอมพล ป. มิได้ขัดขืนแต่อย่างไร คงให้จับแต่โดยดี ซึ่งเป็นครั้งแรก ในชีวิตทางการเมืองที่ถูกจับในข้อหาการเมืองมีบันทึกของคุณหญิงละเอียด พิบูลสงคราม กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ ท่านจอมพล ป. ถูกจับและต้องติดคุก สภาพจะเป็นเช่นไร… “บันทึกความ ทรงจำ” ของคุณหญิงกล่าวว่า…

เครื่องติดตามตัวบุคคล

การตรวจร่างกายควรเข้ารับการตรวจปีละ2ครั้งเพื่อสุขถาพที่ดี

เชอและความ อร หขาของ?เนมอยู่หุกยุ?เหุทปึมับ แมแค่!นปึงอมปิจจุบันหอาจจะมอวามเจTtJของ เหอโนโปึยค่างๆ เขามุาททาม แค่จคไจของมนษบัทับังองจะ มอวามเซออบู่ทับบางสิงหอขบาบใมไคเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์จริง ที่เกิดขึ้นกับคนใน  เมืองหลวงที่แสนจะวุ่นวายแห่งนี้  เครื่องคล้องหูใส่ถ่าน นั่นก็คือกรุงเทพมหานครสถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน เขตลาดหญ้า กรุงเทพฯ เป็นสถานีตำรวจที่คึกคักไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ผ่านเข้าออก เป็นจำนวนมาก แต่ไม่ใช่ด้วยสาเหตุของการกระทำความผิดหากแต่ เป็นการเข้าไปด้วยพลังศรัทธา ซึ่งหมายถึงการเข้าไปเคารพบูชา สถานที่แห่งหนึ่ง ที่พวกเขาเชื่อว่ามีความศักดิ6สทขึ้ และจะบันดาลให้ ความปรารถนาของพวกเขาเป็นจริงขึ้นมาได้ศาลพ่อปูแขก กราไฟต์เป็นศาลที่ตั้งอยู่ในบริเวณโรงพักปากคลองสาน แห่งนี้ และสิ่งนี้เองที่ประชาชนในแถบนั่น และละแวกใกล้เคียงจะเข้า มาขอพร และอธิษฐานให้เป็นจริง พวกเขาเชื่อว่าศาลพ่อปูแขกขอ อะไรก็มักจะได้ตาคำขอเสมอ ความน่าสนใจและอาถรรพณ์ต่าง ๆ ไม่ได้อยู่ตรงที่ขอแล้วจะให้ หรือไม่ให้ แต่เมื่อขอแล้วได้สมปรารถนา การมาแก้บนเป็นการกระทำ ที่ตามมา และของแก้บนนี้เองเป็นความอัศจรรย์ที่มีคำบอกเล่าสืบต่อ ก้นมาจนถึงปัจจุบันห้ามชาวบ้านสักการ เครื่องช่วยฟังบลูธูท บูชาศาลพ่อปูแขกด้วยดอกไม้สิแดง”ดอกไม้สีแดงในที่นี้หมายถึงสีกลีบ เกสร หรือแม้แต่ริบบิ้นที่อาจเป็น พวงมาลัย กล่าวคือทุกส่วนของดอกไม้ที่นำมาถวายนั่นเองป้ายนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนสงสัย แต่ไม่มีใครกล้าลองดีเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากอาถรรพณ์ดอกไม้แดงเป็นที่ทราบ ก้นดีของทั้งตำรวจในโรงพัก และชาวบ้านแถบนั้น ตอนแรกก็ยังไม่มี ใครเอะใจอะไร แต่เมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆรุนแรงมากขึ้นจึงมีการสงสัย และรู้ว่าน่าจะมาจากอาถรรพณ์ดอกไม้แดงศาลพ่อปูแขกแห่งนี้เป็นศาลประจำโรงพักปากคลองสานเลยก็ ว่าได้ เพราะสร้างมาตั้งแต่สร้างป้อมปราการริมนํ้าปากคลองสาน และ เมื่อสร้างสถานีตำรวจก็สร้างอยู่บริเวณเดียวก้น“ช่วงที่ผมมาอยู่นั้นวันไหนถ้ามีฅนมาแก้บนพ่อปูมาก ๆ มักจะเกิดเรื่องทุกที ตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด หูหนวก” ตำรวจนายหนึ่ง เล่าให้ฟังวันนั้นเป็นช่วงด้นเดือนผมจำได้ มีคนมาสักการบูชาพ่อปูค่อน ข้างมาก ผมเข้าเวรช่วงเข้าพอดี ประมาณ 9.00 -1 0.00 น. คนก็ ค่อนๆ บางตาทันที ผมได้รับแจ้งเหตุว่าเกิดเพลิงไหม้ที่คอนโดฯใกล้ๆ นี่ จึงไปดูที่เกิดเหตุ แต่โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต จะว่าเป็นเหตุบังเอิญ ก็ใช่ เพราะตัวผมเองตอน

เครื่องช่วยฟัง

คนแก่มักจะมีสุขภาพเรื่องร่างกายโดยเฉพาะการรับฟัง

เราคงแกไขเรื่องให้โยมมาลัยไม่ได้เวลานี้แกสิงอยู่ในตัวมอด ไต่ ไปไต่มาตามฝาบ้าน วิ่งพล่านร้องครวญครางให้คืนบ้านให้แก น่า สงสารจริง”‘มีทางไหนจะช่วยได้บ้างไหมครับ” ตาสุขถามท่าน แววตาเศร้าสร้อย‘‘ก็คงมีอยู่ทางเดียวละโยม ช่วยฟังคล้องหูมือหนึ่ง ต้องรือถอนบ้านกวายาคทั้งตาสุขและแก้วต่างเห็นพ้อง ไม่มีใครอยากอยู่บ้านที่เจ้า ของเขาหวงไม่ยอมจากไปไหนแม้จะตายไปแล้ว ก็เลยจ้ดการเสีย ในทันทีเป็นอันว่าตาสุขได้บวชหน้าไฟให้ป้ามาล้ย แล้วเลยอยู่ใน พรหมจรรย์นั้นจนตาย โดยมีแก้วคอยส่งอาหารถวายพระสุขไม่ ได้ขาด ส่วนแก้วเมื่อรื้อบ้านของแม่ผัวถวายอัดแล้วเธอก็ปลูก ขึ้นใหม่อาศัยอยู่ที่นั้นต่อไม่มีใครมารบกวนอีก เธอไม่ได้แต่งงาน ศาสตร์ใหม่ แต่ก็เปิดร้านค้าบนที่ดินจนเกือบเต็มเนื้อที่ ชนิดที่ถ้าแม่ผัว อังอยู่คงถูกด่าเช้าด่าเย็นส่วนป้ามาล้ยซึ่งทั้งหวงทั้งงกสมบ้ติในที่สุดไม่ได้อะไรติด ตัวไปยามตาย บ้านที่ตัวเองหวงนักหวงหนาก็ต้องตกเป็นของอัด ลูกชายที่หวงก็หนีตายไปก่อน ทรัพย์สมบ้ติที่ทนประหยัดทนงก มาดลอดชีวิตก็ต้องตกเป็นของคนที่แกไม่ชอบหน้า รวมความ แล้วแม้กระทั้งความสุขที่ได้มาง่ายๆ จากการให้ แกอังไม่เคยมี อย่างนื้ละครับไม่ให้ผมสงสารผีป้ามาลัยได้อังไง ว่าแต่ว่าไม่ต้อง มาทวงอะไรผมจะดีกว่านะครับ ผมไม่อยากเจอหรอก ซ,วงเวลาหหาบไปปกติแล้วดิฉันเป็นคนไม่กล้วผีเอาซะเลยค่ะ แต่ก็ใซ่จะไม่เชื่อ ที่คนอื่นเขาโดน ๆ กันเข้าทำนองไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่อะไรทำ นองนั้น ดิฉันว่าคนที่เห็นผี เจอผี  เครื่องรับฟังติดหู หรือสัมผัสผีได้ ก็น่าจะมี อยู่ไม่กี่ประเภท เป็นด้นว่าพวกจิตอ่อนเห็นอะไรก็เป็นผีไป หมด พวกนี้ลำบากหน่อยค่ะ อาจเห็นคนนอนอยู่ด้วยกัน เป็นผีเมื่อไหร่ก็ได้เพราะใจมันก็จดจ่ออยู่แล้ว อีกพวกก็คือ พวกสัมผัสพิเศษ- พวกนี่น่าเชื่อถือขึ้นมาหน่อยเพราะเจอจนชิน แยกแยะออกว่าอย่างไหนคนอย่างไหนผี โดยมากมักจะเป็นพระสงฆ์องคเจ้าที่วิชาแก่กล้าหรือพวกหมอ ก่พีว่ขมังเวทที่พูดจากับผีพอรู้เรื่องส่วนพวกต่อมาคือพวกเราๆๆ ท่านๆ ที่บังเอิ้ญ บังเอิญไปตกอยู่ในมิติของเวลาที่เข้ามาพ้องกัน พอดี พวกนี้พบบ่อยคือแต่ละคนก็มักจะเจอกันคนละเรื่องสอง เรื่องในชีวิต สุดแล้วแต่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ แบบเรื่องที่ดิฉันจะเล่าให้ ท่านผู้อ่านฟัง เครื่องช่วยฟังไร้สาย  (เอ๊ย…อ่าน) อยู่นี่ละเพราะฉะนั้นท่านผู้อ่านคงเห็นแล้วว่า การเจอผีด้วยมิติของ เวลาที่มาพ้องกันดูท่าจะนับว่าเป็นแบบที่เจอมากที่สุด แถมยังมี ข้อมูลอีกว่า คนที่เจอผีในทำนองนี้มักจะเป็นคนจิตตกไม่ค่อย สบายใจหรือมีความกลัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และดิฉันขอแถม ข้อมูลอีกอย่างด้วยนะคะว่าพวกเป็นเด็กที่จิตใจสะอาดไม่มีความ กังวลก็เป็นอีกพวกหนึ่งที่เข้าข่ายก็มาลองอ่านเรื่องของดิฉันดูสิค่ะว่าที่ดิฉันเจอมาเนึ่ยมันเข้า ข่ายไหนกันแน่

เครื่องช่วยฟัง