กระบวนท่ายุทธศาสตร์ต่างๆของอินเดีย ที่มีผลต่อวัฒนธรรม

 

image-3E36_538947B0

 

 

 

อย่างไรก็ตาม มีครูกามสูตรบางท่านอธิบายว่า “เก้าตื้นหนึ่งลึก”หมายถึงอาการเคลื่อนไหวแท่งหยกสองลักษณะ คือ การส่งแท่งหยกเข้าไปในห้องหยกจนสุด จุดเสียดสีจะอยู่ระหว่างปลายแท่งหยกกับผนังห้องหยกตั้งแต่ปากห้องหยกจนถึงปากมดลูก นี่หมายถึง “โยกลึก” เมื่อส่งแท่งหยกเข้าไปสุดแล้ว ให้เคลื่อนไหวในลักษณะถีบลำตัวไปข้างหน้าและถอยหลังในแนวราบ ไม่ใช่ส่งเข้ารั้งออก จุดเสียดสิจึงอยู่ที่โคนแท่งหยกกับปุมกระลันของผู้หญิง นี่หมายถึง “โยกตื้น” เครื่องดักฟังจิ๋ว อาการเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ช่วยชะลอการหลั่งของฝ่ายชายได้ เพราะไม่โยกถี่และรุนแรงมากไปเวลาร่วมรัก ถ้าไม่ลืมเคล็ดลับสำคัญทั้ง 4 ประโยคแล้ว ก็จะเร้ากระตุ้นความหฤหรรษ์ทางเซ็กซ์ฃองทั้งสองฝ่ายได้อย่างน่าพอใจโดยสรุปคือ คันภีร์เคล็ดลับในห้องหยก ด้านหนึ่งได้สอนเคล็ดลับกามศิลป็ “เก้าตื้นหนึ่งลึก’’ “เข้านุ่มถอนแรง” อีกด้านหนึ่ง ก็ลอนวิธีคงพลังแห่งการยืนหยัด ร้อยศึกร้อยชัย เพื่อสร้างอาวุธอันยอดเยี่ยมแก่ท่านสุภาพบุรุษทั้งหลาย นึ่คือเคล็ดลับสำคัญที่สุดของคัมภีร์นอกจากนี้ ยังมีคัมภีร์กามสูตรอีกเล่มหนึ่งที่เก่าแก่และลํ้าค่ายิ่งกว่าคัมภีร์เคล็ดลับในห้องหยก นั่นคือคัมภีร์พู่นีจิง ซึ่งเป็นแก่นสำคัญของหนังสือเล่มนี้ พู่นี่จิงเป็นคัมภีร์การแพทย์จีนควบกามสูตร ซึ่งเป็นแม่แบบของคัมภีร์กามสูตรจีนทั้งหมด และมีอายุเก่าแก่กว่า  อุทัย ก็ยังรู้สภาพความรุ่งเรืองของการแพทย์แผนจีนโบราณในระยะใกล้ ๆนี้ ดังวิชาฝังเข็มรมจุด อุปกรณ์นักสืบ ซึ่งคนทั้งหลายล้วนทราบดี เคล็ดลับกามศิลป็ก็เซ่นกัน ถือกำเนิดขึ้นมาในประวัติศาสตร์จีนยาวนานร่วม 6,000ปีแล้วควรที่ซาวโลกทั้งหลายจะได้เห็นคุณค่าของมันเซ่นเดียวกับการแพทย์แผนจีนโบราณคัมภีร์ “ซู่’หนี่จิง”

ไม่เพียงอธิบายถึงความหฤหรรษ์ทางเซ็กซ์เท่านั้นยังชี้ให้เห็นหนทางแห่งอายุวัฒนะ จะหาคัมภีร์กามสูตรเล่มอื่นใดเทียบเคียงด้วยไม่ได้เลย หรือถ้ามี ก็คงสาบสูญแล้ว คัมภีร์เล่มนี้ครอบคลุมหลักเบญจธาตุ (โหงวเอ้ง) และอิน-หยาง ซึ่งเป็นแก่นทฤษฏีวิชาการแพทย์ดินแดนอาทิตย์อุทัยอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีบันทึกการศึกษาค้นคว้าและการประกอบกามกิจไว้ นับเป็นคัมภีร์การแพทย์แผนจีนโบราณควบกามสูตรที่สมบูรณ์แบบโดยแท้ ยิ่งเป็นหนังสืออ่านประกอบสำหรับแสวงหาความสนุกสนานทางเพศรส เสรืมสร้างพลานามัยให้สมบูรณ์และมีอายุวัฒนะที่จะขาดเสียมิได้มีคัมภีร์อีกเล่มหนึ่งชื่อ “วิธีหายใจของทารกในครรภ์” (ไทสีฝ่า) ซึ่งเป็นคัมภีร์กามสูตรเล่มหนึ่งเช่นกัน คัมภีร์เล่มนี้ได้รวมวิธีหายใจ วิธีออกกำลังกายแบบอ่อนหยุ่น เครื่องดักฟังราคาถูก ตลอดถึงวิธีบำรุงร่างกายเข้าไว้ด้วยกัน นอก-จากนี้ ยังมีคำอธิบายวิธีกินยาจีนและอาหารบำรุงต่าง ๆ อีกด้วย“เพศสัมพันธ์” และ “การกินอาหาร” เป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมนุษย์มาโดยกำเนิดก็จริง แต่ถ้าไม่มีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงและไม่รู้จักควบคุมแล้ว โรคกัยร้อยแปดจะอุบัติขึ้น ชีวิตก็จะตกอยู่ในอันตรายซึ่งคัมภีร์ที่ผู้เขียนแนะนำมาแล้ว ล้วนได้แนะนำและยำเน้นในประเด็นนี นี่คือจุดหนึ่งที่ควรค่าแก่การสนใจชาวญี่ปุนสมัยก่อนอย่างคาอิฮาระ มาสึโนบุ กลับเข้าใจผิดว่ามรรคาแห่งความสุขและอายุวัฒนะ “คนสูงอายุไม’ควรหมกมุ่นเรื่องนั้นมากไป” แท้ที่จริงนั้น ถ้าพูดให้เคร่งครัดหน่อย คือ ควรประกอบกามกิจมากยิ่งขึ้น โดยคู,ร่วมรักต่างดูดซึมพลังบริสุทธิ้และพลังลมปราณของกันและกัน ฝ่ายชายต้องสนใจสงวนนํ้าหลั่งไว้ ไม่หลั่งบ่อยเกินไป วิธีปรับสมดุลอิน-หยางนี้ ก็คือพื้นฐานแห่งอายุวัฒนะและความมีพลานามัยสมบูรณ์เมื่อเป็นเซ่นนี้ จะขอกล่าวถึงทฤษฎีอิน-หยางและเบญจธาตุรากฐานวิชาการแพทย์ดินแดนอาทิตย์อุทัย ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานการแพทย์แผนจีนโบราณลักเล็กน้อยตามทฤษฎีอิน-หยางและเบญจธาตุนั้น ผู้ชายคือหยาง คือธาตุไฟ ในทางตรงข้าม ผู้หญิงคืออิน คือธาตุนี้า ไฟเมื่อถูกนํ้ารดจะดับมอดในทางตรงข้าม นํ้าเมื่อถูก1ไฟเผา จะค่อย ๆ ร้อนและเดือดไม่หยุดตราบใดที่ยังมีไฟอยู่ ผู้ชายพอเสร็จเรื่อง ได้รับความอิ่มเอมแล้ว ก็พลิกตัวหลับผล็อย แต่ผู้หญิงจะไม่เป็นเซ่นนั้น เมื่อถูกไฟเผาแล้ว ก็ยากที่จะหยุดยั้งความต้องการจนกว่าจะอิ่มเอมอารมณ์กระหายทางเซ็กซ์ของผู้หญิงเป็นเรื่องลี้ลับสุดคะเนจุดอิ่มหลักทฤษฎีเบญจธาตุคือแก่นแกนวิชาการแพทย์ดินแดนอาทิตย์อุทัย ทฤษฎีนี้ถือพระอาทิตย์ (หยาง) และพระจันทร์ (อิน) เป็นศูนย์กลางมีดาวทั้งห้าคือ ดาวไม้ ดาวไฟ ดาวนํ้า ดาวดิน และดาวทองแยกกันแบกรับภารกิจ ทุกสิ่งจึงเริ่มต้นจาก “การดำรงอยู่อย่างสมดุลในจักรวาล” เริ่มจากไฟให้กำเนิดเถ้าดิน ดินจับตัวกลายเป็นทอง ทองชักนำให้เกิดนํ้า นํ้าหล่อเลี้ยงไม้พันธุ และไม้เป็นเชื้อเพลิงให้กำเนิดไฟ นี่คือความสัมพันธ์แบบ

“วัฏจักรให้กำเนิดซึ่งกันและกัน”ในอีกแง่หนึ่ง ไฟถูกนํ้าตับ ดินถูกไม้ดูดธาตุอาหาร นํ้าถูกดินสกัดกั้น ไม้ถูกทองฟัน และทองถูกไฟหลอม ดักฟังโทรศัพท์มือถือ  นี่ก็คือความสัมพันธ์แบบ “วัฏ’จักร ข่มซึ่งกันและกัน”หลักเบญจธาตุซึ่งเป็นกฎธรรมชาตินี้ ถูกนำมาประยุกต์เข้ากับวิชานรลักษณ์ศาสตร์ ตลอดถึงวิชาเพศศึกษาในด้านอาหารและยาบำรุงก็เช่นกัน หลักเบญจธาตุถูกนำมาใช้กับสีและรสของอาหารและยาตามหลักห้ารส ได้แก่ ขม หวาน เปรี้ยวเค็ม และเผ็ด และห้าสี ได้แก่ ขาว ดำ แดง เขียว และเหลือง ห้าสีห้ารสนี้มีที่มาและสัมพันธ์กันตามหลักเบญจธาตุ ขณะเดียวกัน หลักเบญจ-ธาตุก็ถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์แทนอวัยวะภายในร่างกาย ทำให้ทราบได้ว่า อวัยวะใดจะดูดซึมสารอาหารที่มีสีและรสใด จึงรับประทานอาหารและยาให้สมดุลสอดคล้องกับสภาพร่างกายในภาวะต่าง ๆ ได้ นี่ก็คือหลักทฤษฏีเบญจธาตุ ชึ่งมีความหมายลึกซึ้งกว้างไกลครอบคลุมศาสตร์แทบทุกแขนง หวังว่าท่านผู้อ่านจะหาหนังสือมาศึกษาค้นคว้า เพื่อทำความเข้าใจหลักทฤษฏีนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

เครื่องดักฟังไร้สาย

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s